Physicians' Desk Reference (PDR)

PDR คืออะไร?

PDR (Physicians’ Desk Reference) เป็นหนังสืออ้างอิงทางการแพทย์ โดยเป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลสำคัญที่ได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยามากที่สุด อีกทั้งยังมีการส่งตรงถึงแพทย์และหัวหน้าเภสัชกรทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา บุคลากรทางการแพทย์กว่า 90% ได้ให้ความสำคัญกับ PDR เป็นอย่างมาก ในฐานะที่เป็นแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือและช่วยให้พวกเขาตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับคนไข้ว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดใด

พวกเราได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับงานวิจัยของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผลิตภัณฑ์ของยูนิซิตี้ได้รับการบรรจุใน PDR โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Unicity Balance พร้อมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากกว่า 10 รายการ เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงอันทรงเกียรติสำหรับผู้เชี่ยวชาญในด้านการดูแลสุขภาพ

Unicity Products Listed In The PDR

BIO-C™ DS

คำจัดกัดความ

BIO-CTM เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินซีเข้มข้น มีลักษณะเป็นผงผลึกเล็กๆ สีเหลืองอัดเม็ด มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ดี ซึ่งแต่ละเม็ดจะประกอบไปด้วยแอสคอร์บิล ปาล์มิเตท (ascorbyl palmitate), แคลเซียม แอสคอร์เบท (calcium ascorbate), แอสคอร์บิค แอซิด (ascorbic acid), แมกนีเซียม แอสคอร์เบท (magnesium ascorbate) และ ซีตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ (Citrus bioflavonoids) 37.5 มก. นอกเหนือจากส่วนประกอบดังกล่าวแล้ว ยังประกอบด้วย เซลลูโลส (cellulose), กรดสเตียริก (stearic acid), ซิลิกอน ไดออกไซด์ (silicon dioxide), ครอสคาร์เมลโลส โซเดียม (croscarmellose sodium) และ แมกนีเซียม สเตียเรท (magnesium stearate)

คุณประโยชน์และะการวิจัย

วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายน้ำ ที่ร่างกายต้องการเพื่อนำไปใช้ในการสร้างกระดูกอ่อน คอลลาเจน กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด วิตามินซียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพ ที่สามารถช่วยปกป้องโมเลกุลต่างๆ ในร่างกาย เช่นโปรตีน คาร์โบไฮเดรท กรดนิวคลีอิก และไขมัน จากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระที่เกิดจากปฏิกิริยาเมตาบอลิซึมต่างๆ ในร่างกายหรือแม้กระทั่งอนุมูลอิสระที่เกิดจากสารพิษและมลภาวะจากภายนอก (เช่นรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด หรือควันบุหรี่ เป็นต้น) วิตามินซียังสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายได้เหมือนสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ เช่นวิตามินอี ยิ่งไปกว่านั้น วิตามินซียังจำเป็นสำหรับการสังเคราะห์คาร์นิทีน (carnitine) ซึ่งเป็นโมเลกุลที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งไขมันต่างๆ เข้าสู่ผนังไมโตคอนเดรีย (mitochondrial membrane) ตลอดจนมีส่วนช่วยในการสังเคราะห์นอร์อีพิเนฟริน (norepinephrine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท (neuroteransmitters) ที่สำคัญอีกด้วย1

ข้อแนะนำการใช้

รับประทานครั้งละ 1 เม็ด เช้า-เย็น พร้อมมื้ออาหาร

ข้อควรระวัง

ปกติแล้ว BIO-CTM จะไม่ได้ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงแต่อย่างใด แต่ในบางรายอาจพบการระคายเคืองทางเดินอาหารได้บ้างเล็กน้อย เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นๆ

ลักษณะผลิตภัณฑ์

มีลักษณะเป็นเม็ด

เอกสารอ้างอิง

Carr, AC and Frei B. (1999), American Journal of Clinical Nutrition 96: 1086-1107. Jacob, RA and Sotoudeh G. (2002), Nutrition in Clinical Care 5: 66-74. Deruelle F, Baron B. (2008), Journal of Alternative and Complementary Medicine 14:1291-1298. Levine M, Rumsey SC, Daruwala R, Park JB, Wang Y. (1999), The Journal of the American Medical Association 281: 1415-1423. 1บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

BIOS LIFE® C PLUS (BIOS LIFE® C)
เครื่องดื่มสารอาหารและใยอาหารสูตรแอดวานซ์

คำจำกัดความ

BIOS LIFE® C PLUS เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นใยอาหาร อุดมด้วยวิตามินที่บำรุงร่างกาย BIOS LIFE® C PLUS เป็นการผสมผสานระหว่างใยอาหารที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำในสัดส่วนที่เหมาะสม พร้อมทั้งไฟโตสเตอรอล (phytosterols), โพลิโคซานอล (policosanol) และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวย (Chrysanthemum morifolium) วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งเมื่อรับประทาน

BIOS LIFE® C PLUS ร่วมกับการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและการออกกำลังกายที่เหมาะสม อาจส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลดลง BIOS LIFE® C PLUS มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีส้มอ่อน สามารถละลายน้ำได้ดี ในแต่ละซองของ BIOS LIFE® C PLUS จะประกอบด้วยไฟเบอร์ 3 กรัม, ไฟโตสเตอรอล (phytosterols) 1 กรัม, โพลิโคซานอล (policosanol) 6 มิลลิกรัม และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวย (Chrysanthemum morifolium) 12.5 มิลลิกรัม นอกจากส่วนผสมที่มีคุณภาพดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังประกอบด้วยมอลโทเด็กซ์ทริน (maltodextrin), กรดซิตริก (citric acid), ผงน้ำส้ม (orange juice powder) ซูคราโลส (sucralose) และกลิ่นส้ม (orange flavor) อีกด้วย

คุณประโยชน์และะการวิจัย

ได้มีการศึกษาว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่บริโภคไฟเบอร์ประมาณ 10-12 กรัมต่อวัน ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวัน ทั้งนี้ในการศึกษาเกี่ยวกับระบาดวิทยาและการศึกษาทางคลินิกได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของการบริโภคใยอาหารในปริมาณที่สูงทุกวัน พบว่ามีผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย

BIOS LIFE® C PLUS เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกคิดค้นมาเพื่อช่วยเพิ่มใยอาหารให้แก่ร่างกายในแต่ละวัน แต่ละซองของ BIOS LIFE® C PLUS ประกอบไปด้วย ใยอาหาร 3 กรัม ดังนั้นเมื่อบริโภค 3 มื้อต่อวันจะทำให้ร่างกายได้รับใยอาหารในปริมาณเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน ได้มีการศึกษาว่าการบริโภคใยอาหารจะสามารถลดระดับน้ำตาลกลูโคสทั้งก่อนและหลังมื้ออาหาร ช่วยลดระดับ แอลดีแอล คอเลสเตอรอล (LDL cholesterol) และระดับของอะโพลิโปโปรตีน บี (Apolipoprotein B) อีกด้วย

นอกจากนี้ BIOS LIFE® C PLUS ยังผสมผสานด้วยส่วนผสมของไฟโตสเตอรอล (phytosterols) โพลิโคซานอล (policosanol) สารสกัดจากดอกเก๊กฮวย (Chrysanthemum morifolium) วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มีส่วนช่วยให้ระดับของคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดให้เหมาะสม โดยผ่านกลไกที่มีประสิทธิภาพถึง 4 กลไก คือ 1.ใยอาหารชนิดละลายน้ำ ช่วยป้องกันการดูดซึมคอเลสเตอรอลกลับในระบบทางเดินอาหาร และจะถูกขับออกผ่านทางกรดน้ำดี 2.ไฟโตสเตอรอล จะช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป 3.โพลิโคซานอล จะลดการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลที่ตับ โดยส่งผลต่อการทำงานของ เอนไซม์เอชเอ็มจี-โคเอ รีดักเตส (HMG-CoA reductase) 4. สารสกัดจากดอกเก๊กฮวย (Chrysanthemum morifolium) ซึ่งจะมีไฟโตนิวเทรียน ซึ่งจะกระตุ้นการเปลี่ยนคอเลสเตอรอลไปเป็นเซเว่น-อัลฟ่า-ไฮดรอกซีคอเลสเตอรอล (7-α-hydroxycholesterol) ซึ่งกลไกเหล่านี้จะเป็นการทำงานที่ประสานกันเพื่อช่วยรักษาระดับของคอเลสเตอรอลให้เป็นปกติ*

ข้อแนะนำการใช้

ละลายผลิตภัณฑ์ 1 ซอง หรือ 1 ช้อนตวง (ที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์) ในน้ำเย็นหรือน้ำผลไม้ 8-10 ออนซ์ (ประมาณ 250 – 300 ซซ.) เขย่าให้เข้ากันและดื่มทันที โดยรับประทานก่อนมื้ออาหารประมาณ 15-20 นาที จำนวน 1-3 มื้อต่อวัน

ข้อควรระวัง

โดยปกติแล้ว BIOS LIFE® C PLUS ไม่ได้ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ แต่อาจจะมีเพียงอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูกหรือท้องเสียได้บ้างเล็กน้อย ในเดือนแรกที่เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ร่างกายได้รับใยอาหารเพิ่มขึ้นจากปกติ ซึ่งอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายใน 30 วันหลังจากเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ หลังจาก 30 วันผ่านไปแล้ว หากอาการดังกล่าวยังเกิดขึ้นอยู่ แนะนำให้ลดจำนวนมื้อในการรับประทาน BIOS LIFE® C PLUS ลงจากเดิม หากทำการแก้ไขตามคำแนะนำแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในการรับประทานผลิตภัณฑ์ BIOS LIFE® C PLUS นี้ แนะนำให้ดื่มน้ำร่วมด้วยในปริมาณที่เพียงพอ หากดื่มน้ำน้อยอาจจะทำให้เกิดปัญหาท้องผูกได้

ลักษณะผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ BIOS LIFE® C PLUS มี 2 รูปแบบของบรรจุภัณฑ์ คือ ชนิดซองฟอยล์แบ่งบรรจุสำหรับการรับประทานใน 1 มื้อ หรือชนิดบรรจุในกระป๋องพร้อมช้อนตวง

เอกสารอ้างอิง

Sprecher, DL and Pearce GL (2002), Metabolism 51: 1166–70. Verdegem, PJE; Freed, S and Joffe D (2005), American Diabetes Assocation 65th Scientific Sessions, San Diego, CA. Duenas, V; Duenas, J; Burke, E and Verdegem, PJE (2006), 7th International Conference on Arteriosclerosis, Thrombosis, and Vascular Biology, American Heart Association, Denver, CO. Verdegem, PJE (2007), Current Topics in Nutraceutical Research 5: 1-6 US Patent 6,933,291. *บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

บทความนี้ปรากฎอยู่ใน Product Indentification Guide หน้า 510

BIOS LIFE® E (UNICITY MATCHA)
ผลิตภัณฑ์เพื่อกระบวนการเผาผลาญที่ดีต่อสุขภาพ

คำจำกัดความ

BIOS LIFE E (UNICITY MATCHA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยเสริมวิตามิน แร่ธาตุ และอิเล็กโทรไลต์ที่จำเป็น รวมทั้งให้พลังงาน กรดอะมิโน และสารต้านอนุมูลอิสระให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน BIOS LIFE E เป็นเครื่องดื่มชนิดผงชงดื่ม บรรจุในบรรจุภัณฑ์ชนิดซอง แบ่งชงเป็นครั้งๆ เพื่อความสะดวกและง่ายในการบริโภค

ประโยชน์และงานวิจัย

BIOS LIFE E (UNICITY MATCHA) ประกอบด้วยส่วนผสมที่ให้ความสดชื่น ซึ่งอาจช่วยเพิ่มพลังงานและสมาธิ ลดระดับความเครียด และเพิ่มความสามารถในการเผาผลาญอาหารของร่างกาย ส่วนประกอบหลักของ BIOS LIFE E คือผงมัทฉะคุณภาพสูงซึ่งได้จาก ชาเขียวพันธุ์ดีผ่านกระบวนการปลูกและเก็บเกี่ยว อันเป็นเอกลักษณ์จากประเทศญี่ปุ่น ทำให้รักษาคุณประโยชน์ของชาเขียวและให้สารต้านอนุมูลอิสระปริมาณสูงต่อการบริโภคในแต่ละครั้ง

มีผลงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าชามัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียวหรือชาดำชนิดอื่นในท้องตลาดถึง 137 เท่า ชามัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งเรียกกันว่าคาเทชิน (catechin) ซึ่งถือเป็นสารในกลุ่มโพลีฟีนอล (polyphenol) ซึ่งช่วยทำให้เกิดกระบวนการเธอร์โมจีนิค (thermogenic effects) ด้วยการกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย สารคาเทชินและโพลีฟีนอลอื่นๆ ในชาเขียวยังอาจช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ในร่างกายได้อีกด้วย

ชามัทฉะได้มาจากต้นชาสายพันธุ์ คาเมลเลีย ซิเนซิส (Camellia sinesis) ซึ่งเป็นพืชเพียงไม่กี่ชนิดในโลกที่สามารถผลิตสารแอล-ธีอะนีน (L-theanine) และคาเฟอีน (caffeine) ตามธรรมชาติซึ่งจะช่วยให้ร่างกายมีพลังงานเพิ่มขึ้นรวมทั้งช่วยเสริมสร้างความสามารถด้านการเรียนรู้และความทรงจำ ชามัทฉะเป็นใบชาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เนื่องจากเป็นชาที่ใช้วิธีการปลูกในที่ร่มจึงทำให้ต้นชามีอัตราการเจริญเติบโตที่ช้ากว่าปกติ ซึ่งจะส่งผลให้ใบชามัทฉะมีสารคาเทชินและกรดอะมิโนในปริมาณสูงกว่าเมื่อเทียบกับชาทั่วไปในการบริโภคจำนวนเท่ากัน นอกจากนั้น เนื่องจากใบชาจะถูกบดให้เป็นผง ทำให้ชาสามารถดื่มได้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพียงการนำถุงชาไปแช่น้ำร้อน ดังนั้นการดื่มชามัทฉะหนึ่งถ้วยจึงได้สารอาหารหลากหลายชนิดและในปริมาณที่มากกว่า รวมถึงส่วนประกอบที่ละลายและไม่ละลายในน้ำ เช่น คลอโรฟิลล์, โปรตีน และใยอาหารอีกด้วย สารคาเทชินในชามัทฉะมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงและมีประโยชน์มากมาย ต่อร่างกายมนุษย์ สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะช่วยเร่งความสามารถในการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ช่วยเพิ่มพลังงานทำให้ร่างกายสดชื่นได้ยาวนานขึ้น และยังช่วยลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ ผลงานวิจัยยังแสดงให้เห็นอีกว่ากรดอะมิโนแอล-ธีอะนีนซึ่งพบในชามัทฉะจะส่งผลให้สมองของมนุษย์รู้สึกผ่อนคลายและลดความเครียดโดยไม่มีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวนี้นี้เมื่อรวมเข้ากับการกระตุ้นสมองจากคาเฟอีนและธีโอฟีลีนแล้วจะส่งผลให้มีจิตใจแจ่มใส ทำให้เกิดการเรียนรู้ และความจำที่มีประสิทธิภาพ

ข้อแนะนำการใช้

หนึ่งหน่วยบริโภค (ซอง) ควรผสมน้ำ 8-12 ออนซ์ เขย่าหรือคนแรงๆ ให้เข้ากันและดื่ม สามารถดัดแปลงโดยใส่น้ำแข็ง ทำเป็นเครื่องดื่มเย็นได้หากต้องการ ควรบริโภคหนึ่งซองต่อวัน

ข้อควรระวัง

BIOS LIFE E (UNICITY MATCHA) สามารถบริโภคได้โดยไม่ได้ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ ควรระมัดระวังในผู้ที่มีปัญหาระคายเคืองในทางเดินอาหาร เนื่องจาก BIOS LIFE E มีส่วนผสมของคาเฟอีนปริมาณปานกลาง อาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองทางเดินอาหารได้เล็กน้อย เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นๆ จึงควรบริโภคด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะผลิตภัณฑ์

BIOS LIFE E ชนิดซองฟอยล์แบ่งบรรจุสำหรับการรับประทานใน 1 มื้อ

เอกสารอ้างอิง

Sprecher, DL and Pearce GL (2002), Metabolism 51: 1166–70. Verdegem, PJE; Freed, S and Joffe D (2005), American Diabetes Assocation 65th Scientific Sessions, San Diego, CA. Duenas, V; Duenas, J; Burke, E and Verdegem, PJE (2006), 7th International Conference on Arteriosclerosis, Thrombosis, and Vascular Biology, American Heart Association, Denver, CO. Verdegem, PJE (2007), Current Topics in Nutraceutical Research 5: 1-6 US Patent 6,933,291. 1บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

บทความนี้ปรากฎอยู่ใน Product Indentification Guide หน้า 510

BIOS LIFE PROBIONIC®
ผลิตภัณฑ์เพื่อกระบวนการเผาผลาญที่ดีต่อสุขภาพ

คำจำกัดความ

BIOS LIFE PROBIONIC® ประกอบด้วยแบคทีเรียที่มีชีวิต 4 สายพันธุ์ โดยปกติแล้วแบคทีเรียที่ดีต่อสุขภาพจะอาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหาร และช่วยปรับสมดุลของจำนวนแบคเทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพด้านระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืด และการอักเสบ BIOS LIFE PROBIONIC® มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีชมพูอ่อน สามารถละลายน้ำได้ดี ด้วยกระบวนการเอนแคปซูเลท (encapsulation) ลิขสิทธิ์เฉพาะที่ใช้ใน BIOS LIFE PROBIONIC® ช่วยให้แบคทีเรียที่ดีต่อสุขภาพถูกส่งไปยังลำไส้เล็กนั้นยังมีชีวิตอยู่ จึงมั่นใจได้ว่าเชื้อแบคทีเรียจะสามารถมอบประโยชน์ต่อสุขภาพสำหรับผู้ใช้ได้* BIOS LIFE PROBIONIC® 1 ซอง ประกอบด้วย Probiotic Blend 100 มิลลิกรัม ได้แก่ Lactobacillus acidophilus LA 02, Lactobacillus rhamnosus LR 04, Bifidobacterium breve BR 03 และ Bifidobacterium lactis BS 01 ซึ่งมีจำนวนถึง 5 พันล้านเซลล์ นอกจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชีวิตอยู่ ส่วนผสมอีก 2 กรัม ยังประกอบด้วย ไซลิทอล (xylitol) , กลิ่นรสเบอร์รี่ธรรมชาติ (natural berry flavor), ซิตริก แอซิด (citric acid) และ ซิลิกา (silica)

.

คุณประโยชน์และการวิจัย

ร่างกายของคุณต้องการแบคทีเรียที่ดีต่อสุขภาพซึ่งมีส่วนช่วยในกระบวนการขับล้างสารพิษ, กระบวนการย่อยอาหาร, การกำจัดของเสีย, กระบวนการสังเคราะห์วิตามิน และปกป้องร่างกายจากจุลินทรีย์ที่มีโทษ เมื่อแบคทีเรียในลำไส้ขาดความสมดุล และแบคทีเรียที่ไม่ดีต่อสุขภาพมีมากขึ้น ร่างกายจะไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อส่งผลให้เกิดการอักเสบได้ แบคทีเรียแต่ละสายพันธุ์ที่ใช้ในการผลิต BIOS LIFE PROBIONIC® จะเป็นประโยชน์ในการรักษาสุขภาพโดยรวมของทางเดินอาหาร ด้วยกระบวนการเอนแคปซูเลท (encapsulation)

ลิขสิทธิ์เฉพาะที่ใช้ใน BIOS LIFE PROBIONIC® ช่วยให้แบคทีเรียที่ดีต่อสุขภาพที่ถูกส่งไปยังลำไส้เล็กนั้นยังมีชีวิตอยู่ และไม่ถูกรบกวน นอกเหนือจากนี้ยังมั่นใจได้ว่าแบคทีเรียจะยังคงมีชีวิตอยู่ตลอดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์

วิธีการใช้

ผลิตภัณฑ์สามารถรับประทานในรูปแบบผงได้ทันที หรือผสมน้ำหรือน้ำผลไม้ 8-10 ออนซ์ และดื่มได้ทันที รับประทาน 1 ซองต่อวัน

ข้อควรระวัง

โดยปกติแล้ว BIOS LIFE PROBIONIC® จะไม่ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ แต่อาจจะพบอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อได้บ้างเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นๆ

ลักษณะผลิตภัณฑ์

BIOS LIFE PROBIONIC® ชนิดซองฟอยล์แบ่งบรรจุสำหรับการรับประทานใน 1 มื้อ

เอกสารอ้างอิง

Saggioro A. Probiotics in the treatment of Irritable Bowel Syndrome. Journal of Clinical Gastroenterology, 2004; 38(8): S104-106.
Del Piano M, Carmagnola S, Andorno S, Pagliarulo M, Tari R, Mogna L, Strozzi GP, Sforza F, Capurso L. Evaluation of the intestinal colonization by microencapsulated probiotic bacteria in comparison to the same uncoated strains. Under pubblication in supplement of the Journal of Clinical Gas- troenterology.

Del Piano M, Carmagnola S, Anderloni A, Andorno S, Bal- lare M, Balzarini M, Montino F, Orsello M, Pagliarulo M, Stratori M, Tari R, Sforza F, Capurso L. The use of probiot- ics in healthy volunteers with evacuation disorders and hard stools. A double blind, randomized, placebo-controlled study. Under pubblication in a supplement of the Journal of Clinical Gastroenterology.

Pregliasco F., Anselmi G., Fonte L., Giussani F., Schieppati S., Soletti L. A New Chance of Preventing Winter Diseases by the Administration of Symbiotic Formulations. Journal of Clinical Gastroenterology, 2008; 42(2): 224-233.

*บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

BIOS LIFE® VISION ESSENTIALS™
ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจสอบทางคลินิก เพื่อสุขภาพของตาและการมองเห็น*

คำจำกัดความ

BIOS LIFE® VISION ESSENTIALSTM เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับการบำรุงสุขภาพของดวงตา มีส่วนประกอบที่สำคัญได้แก่ วิตามินซี (vitamin C), วิตามินอี (vitamin E), ซิงค์ (zinc), เบต้า แคโรทีนธรรมชาติ (natural beta carotene), ลูทีน (lutein), ซีแซนทีน (zeaxanthin) และ แอนโทไซยานิดีนซึ่งสกัดมาจากบิลเบอร์รี่ป่า (anthocyanidins from wild bilberry), บลูเบอร์รี่ป่า (wild blueberry), สตรอเบอร์รี่ (strawberry), เครนเบอร์รี่ (cranberry), สารสกัดเมล็ดองุ่น (grape seed extract), อัลเดอร์เบอร์รี่ (elderberry) และราสเบอร์รี่ (raspberries)

BIOS LIFE® VISION ESSENTIALSTM เป็นผงสีม่วงบรรจุแคปซูล สามารถละลายได้ในน้ำ นอกจากส่วนประกอบดังกล่าวข้างต้นแล้ว ใน 1 แคปซูล ยังประกอบไปด้วย ซิลิคอนไดออกไซด์ (silicon dioxide), ไมโครคริสตัลไลน์ เซลลูโลส (microcrystalline cellulose) และบรรจุในแคปซูลจากพืช

 

คุณประโยชน์และการวิจัย

สารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากตระกูลแคโรทีนอยด์ (carotenoids) เช่น เบต้า แคโรทีน, ลูทีน และซีแซนทีน จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพของดวงตา จากการศึกษาทางคลินิกได้แสดงให้เห็นว่า บริเวณจอประสาทตา และเลนส์ของดวงตา มีสารประกอบ ลูทีน (lutein) และ ซีแซนทีน (zeaxanthin) ในปริมาณที่สูง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีปริมาณของลูทีนสูง จะช่วยฟื้นฟูปริมาณของลูทีนในจอประสาทตาได้ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ที่อุดมด้วยวิตามินซี วิตามินอี และวิตามินเอ (ที่อยู่ในรูปของเบต้าแคโรทีน) พร้อมทั้งแร่ธาตุสังกะสี และทองแดง มีส่วนช่วยในระบบการทำงานที่ดีของดวงตา เบอร์รี่ผสมลิขสิทธิ์เฉพาะที่มีอยู่ใน BIOS LIFE® VISION ESSENTIALSTM มีส่วนช่วยในการสนับสนุนสุขภาพที่ดีสำหรับดวงตาเนื่องจากประกอบด้วย แอนโทไซยานิดีน รวมถึงกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของเส้นเลือดในดวงตา

วิธีการใช้

รับประทานวันละ 2 แคปซูล พร้อมอาหาร

ข้อควรระวัง

โดยปกติแล้ว BIOS LIFE® VISION ESSENTIALSTM จะไม่ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ แต่อาจจะพบอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อได้บ้างเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นๆ

ลักษณะผลิตภัณฑ์

มีลักษณะเป็นผงบรรจุในแคปซูลจากพืช

เอกสารอ้างอิง

Krishnadev N, Meleth AD, Chew EY (2010) “Nutritional supplements for age-related macular degeneration.” Cur- rent Opinion in Opthamology 21:184-189.
Ma L, Lin XM, Zou ZY, Xu XR, Li Y, Xu R. (2009) “A 12-week lutein supplementation improves visual function in Chinese people with long-term computer display light exposure.” British Journal of Nutrition 102: 186-190.

Yagi, A, Fujimoto, K, Michihiro, K, Goh, B, Tsi, D, Nagai, H, (2009) “The effect of lutein supplementation on visual fa- tigue: A psychophysiological analysis”. Applied Ergonomics 40:1047-1054.

Age Related Eye Disease Study Group, (2001) “A random- ized, placebo-controlled, clinical trial of high-dose supple- mentation with vitamins C and E, beta carotene, and zinc for age-related macular degeneration and vision loss: AREDS report no. 8”. Archives of Ophthalmology. 10: 1417-36.

*บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

CARDIO-BASICS™
สารอาหารที่จำเป็นสำหรับหัวใจและหลอดเลือด*

คำจำกัความ

CARDIO-BASICSTM เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งประกอบด้วยวิตามินหลากหลายชนิด แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ
เพื่อส่งเสริมการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด CARDIO-BASICSTM มีลักษณะเป็นเม็ดสีส้มอ่อน มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ดี แต่ละเม็ดของผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย วิตามินหลากหลายชนิด แร่ธาตุต่างๆ กรดอะมิโน และสารต่อต้านอนุมูลอิสระต่างๆ อาทิเช่น เบต้าแคโรทีน (วิตามินเอ), ไทอะมีน (วิตามินบี1), ไรโบฟลาวิน (วิตามินบี2), ไนอะซิน (วิตามินบี3), แคลเซียมดี-แพนโทธิเนท (วิตามินบี5), ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ (วิตามินบี6), โฟเลท (วิตามินบี 9), ไซยาโนโคบาลามิน (วิตามินบี 12), กรดแอสคอร์บิก และแอสคอร์บิล ปาล์มิเตท (วิตามินซี), คลอลิแคลซิเฟอรอล (วิตามินดี), ดีแอลฟ่าโทโคฟีรอล (วิตามินอี), ไบโอติน, แคลเซียม, โครเมียม, คอปเปอร์, แมกนีเซียม, แมงกานีส, โมลิบดีนัม, ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม, ซีลีเนียม, โซเดียม, สังกะสี, แอล-อาร์จินีน, แอล-คาร์นิทีน, แอล-ซิสเตอีน, แอล-ไลซีน, แอล-โพลีน, ไอโนซิทอล, โคเอนไซม์คิวเท็น และสารสกัดมาริไทม์ ไพน์ นอกจากนี้ในแต่ละเม็ดยังประกอบไปด้วย เซลลูโลส (cellulose), โครสคาเมลโลส โซเดียม (croscarmellose sodium), สเตียริก แอซิด (steraric acid), ซิลิคอนไดออกไซด์ (silicon dioxide) และ แมกนีเซียม สเตียเรท (Magnesium stearate)

 

คุณประโยชน์และการวิจัย

CARDIO-BASICSTM ประกอบด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นสำหรับการมีสุขภาพหัวใจที่ดี จากผลการศึกษาทางคลินิกพบว่ากลุ่มผู้ที่บริโภค CARDIO-BASICSTM ร่วมกับ Bio-CTM จะช่วยลดความเสี่ยงจากการหนาตัวของผนังหลอดเลือดแดงอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยขจัดหินปูนที่เกาะบริเวณผนังหลอดเลือด เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานผลิตภัณฑ์ CARDIO-BASICSTMประกอบด้วย วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายในการส่งเสริมการทำงานของระบบหลอดเลือดหัวใจอย่างมีประสิทธิภาพ*

ข้อแนะนำการใช้

รับประทานวันละ 2 เม็ดพร้อมมื้ออาหาร

ข้อควรระวัง

โดยปกติแล้ว CARDIO-BASICSTM ไม่ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ ผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบของ โครเมียม และ ไนอะซิน (วิตามินบี3) ไม่ควรรับประทานหากตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือรับประทานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มี ไนอะซิน (วิตามินบี3)

ลักษณะผลิตภัณฑ์

มีลักษณะเป็นเม็ด

เอกสารอ้างอิง

Niedzwiekcki A, Rath, M. (1996) Journal of Applied Nutri- tion, 48: 67-78.
Jeejeebhoy F, Keith M, Freeman M, Barr A, McCall M, Ku- rian R, Mazer D, Errett L, (2002), American Heart Journal 143: 1092-1100. Verdgem PJE, Lonky S, Curley S. (2005) 7th Conference on Arteriosclerosis, Thrombosis and Vascular Biology. Lloyd-Jones D, Adams R, Carnethon M, DeSimone G, Fer- guson TB, Flegal K, Ford E, Furie K, Go A, Greenlund K, Haase N, Hailpern S, Ho M, Howard V, Kissela B, Kittner S, Lackland D, Lisabeth L, Marelli A, McDermott M, Meigs J, Mozaffarian D, Nichol G, O’Donnell C, Roger V, Rosamond W, Sacco R, Sorlie P, Stafford R, Steinberger J, Hong Y; (2009) Circulation, 119: 480-486.

*บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

CARDIO-ESSENTIALS™
ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลหัวใจของคุณ*

คำจำกัดความ

CARDIO-ESSENTIALSTM เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับดูแลสุขภาพของหัวใจประกอบด้วย โคเอนไซม์ คิวเท็น (Coenzyme Q-10), แอล-คาร์นิทีน (L-carnitine), แอล-ทอรีน (L-Taurine) และฮาวทรอน เบอร์รี่ (hawthorn berry)
CARDIO-ESSENTIALSTM มีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาลอ่อนบรรจุแคปซูล สามารถละลายน้ำได้ดี แต่ละแคปซูลประกอบด้วย โคเอนไซม์ คิวเท็น100 มิลลิกรัม และส่วนผสมของ แอล-คาร์นิทีน, แอล-ทอรีน และ ฮาวทรอน เบอร์รี่ (Hawthorn berry) อีก 3.5 กรัม นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย ซิลิคอน ไดออกไซด์, สเตียริก แอซิด และ แคลเซียม ซิลิเกท

 

คุณประโยชน์และการวิจัย

หัวใจห้องล่างต้องการสารอาหารที่เฉพาะเจาะจงเพื่อรักษาสมดุลของสุขภาพโดยรวม สารอาหารที่สำคัญเหล่านี้มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ CARDIO-ESSENTIALSTM ซึ่งได้แก่ โคเอนไซม์ คิวเท็น, แอล-คาร์นิทีน และ แอล-ทอรีน จากการศึกษาทางคลินิกพบว่าการได้รับ แอล-คาร์นิทีน, แอล-ทอรีน ร่วมกับ โคเอนไซม์ คิวเท็น จะมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพหัวใจ โดยจะช่วยลดขนาดของหัวใจห้องล่างซ้าย โดยสารดังกล่าวเหล่านี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญให้กับกล้ามเนื้อหัวใจ CARDIO-ESSENTIALSTM เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่สำคัญดังกล่าวอย่างเพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น โคเอนไซม์ คิวเท็น 100 มิลลิกรัม สารสกัดจากฮาวทรอน ซึ่งเป็นสมุนไพรโบราณที่นิยมนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพของหัวใจมาช้านาน

ข้อแนะนำการใช้

รับประทานครั้งละ 3 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร

ข้อควรระวัง

โดยปกติแล้ว CARDIO-ESSENTIALSTM ไม่ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ แต่อาจจะพบอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อได้บ้างเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นๆ

ลักษณะผลิตภัณฑ์

มีลักษณะเป็นแคปซูล

เอกสารอ้างอิง

Lee, JH. et al. (2011) Congestive Heart Failure 4 199-203. *บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

CM PLEX® AND CM CREAM
ช่วยดูแลสุขภาพข้อต่อและการเคลื่อนไหว*

คำจำกัดความ

CM PLEX® AND CM CREAM มีลักษณะเป็นแคปซูลเจลและครีมตามลำดับ ใช้ทาเฉพาะที่ ประกอบด้วยส่วนผสมพิเศษ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะที่มีคุณภาพสูง อาทิเช่น กรดไขมันเซ็ททิลเลทเต็ด (Cetylated fatty acid), ถั่วเหลืองและน้ำมันปลา
CM PLEX® มีลักษณะเป็นน้ำมันทึบแสงที่ไม่ละลายน้ำ ในหนึ่งเม็ดแคปซูลเจลจะประกอบด้วย กรดไขมันเซ็ททิลเลทเต็ด (Cetylated fatty acid) 350 มิลลิกรัม, น้ำมันถั่วเหลือง 160 มิลลิกรัม และน้ำมันปลาแซลมอน 25 มิลลิกรัม นอกจากนี้ยังประกอบด้วยกลีเซอรีน และเซนต์จอห์นส เบรด (St.John’s Bread)

ส่วน CM CREAM มีลักษณะเป็นครีมสีขาว ไม่ละลายน้ำ ใน 1 กรัมจะประกอบด้วย กรดไขมันเซ็ททิลเลทเต็ด (Cetylated fatty acid) และ น้ำมันมะกอก (Olive Oil) 7.7 มิลลิกรัม นอกจากนี้ยังประกอบด้วยกลีเซอริล สเตียเรท (glyceryl stearate), กลีเซอรีน (glycerin), เลซิติน (lecithin), โทโคเฟอริล อะซิเตท (tocopheryl acetate), เบนซิล แอลกอฮอล์ (benzyl alcohol), ฟีนอกซีเอทานอล (phenoxyethanol), คาร์โบเมอร์ (carbomer) , พีอีจี-100 สเตียเรท (PEG-100 stearate), โซเดียม ไฮดรอกไซด์ (sodium hydroxide), เมทิล พาราเบน (methylparaben), โพรพิล พาราเบน (propylparaben) ,บิวทิล พาราเบน (butylparaben), เอททิล พาราเบน (ethylparaben) , ไอโซบิลทิล พาราเบน (isobutylparaben) และ น้ำมันจากผล ซิตรัส ออรันเทียม เบอร์กาเมีย (เบอร์กามอท) (citrus aurantium bergamia(Bergamot) fruit oil)

 

ประโยชน์และงานวิจัย

ซิทิล ไมรีสโทลีเอท (Cetyl myristoleate) และกรดไขมันที่เกี่ยวข้อง ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีช่วยให้สุขภาพของข้อต่อดีขึ้นโดยจะช่วยต้านการอักเสบของข้อ มีการศึกษาทางคลินิกพบว่า ในผู้ป่วยที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์นี้ สามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวของข้อเข่าได้มากกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ผู้ป่วยที่ได้ทดลองใช้ CM CREAM ยังมีการเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อเข่า สามารถเดินขึ้นลงบันไดได้อย่างสะดวก ลุกจากเก้าอี้ เดิน ทรงตัว ได้อย่างมั่นคงอีกด้วย

ข้อแนะนำการใช้

แคปซูลเจล : รับประทาน 1-2 แคปซูล วันละ 3 เวลาพร้อมมื้ออาหาร

ครีม : หลังทำความสะอาดผิวแล้ว ทาครีมลงบนผิวหนัง นวดเบาๆจนครีมซึมซาบสู่ผิวได้หมด ทาซ้ำประมาณ 3-4 ครั้งต่อวันหรือเท่าที่ต้องการ แต่ให้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกันทั้งแคปซูลเจลและครีม

ข้อควรระวัง

โดยปกติแล้ว CM PLEX® and CM CREAM ไม่ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ แต่อาจจะพบอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อได้บ้างในผู้ที่รับประทาน CM PLEX® เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นๆ

ลักษณะผลิตภัณฑ์

เป็นแบบแคปซูลเจลบรรจุขวดและครีมทาบรรจุในหลอด

.

เอกสารอ้างอิง

Hesslink, R et al (2002), Journal of Rheumatology 29, 1708– 1712.
Kraemer, WJ et al (2004), Journal of Rheumatology 31, 767–774.

*บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

บทความนี้ปรากฎอยู่ใน Product Indentification Guide หน้า 510

CORE HEALTH
ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบบองค์รวม*

คำจำกัดความ

CORE HEALTH เป็นผลิตภัณฑ์วิตามินรวมที่อยู่ในระหว่างการจดสิทธิบัตร ออกแบบมาเพื่อดูแลสุขภาพโดยรวม และการมีสุขภาพที่ดี ผลิตภัณฑ์นี้ประกอบด้วย 3 สูตรผลิตภัณฑ์ ได้แก่ สูตรสำหรับตอนเช้า (Day tablet) สูตรสำหรับตอนเย็น (Night tablet) และสูตรจีโนม (Genome tablet) CORE HEALTH เป็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของ ยูนิซิตี้ อินเตอร์เนชั่นเนล ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Genomeceutical™ สูตรสำหรับตอนเช้ามีลักษณะสีเหลืองเข้ม มีส่วนประกอบหลักได้แก่ vitamin A, beta-carotene, vitamin C, vitamin E, vitamin B1, riboflavin, niacinamide, vitamin B6, folic acid, vitamin B12, biotin, vitamin B5, iron, zinc, CoQ10, phosphatidyl serine, green tea extract (ประกอบด้วย EGCG 38%), quercetin, turmeric extract (ประกอบด้วย curcuminoids ทั้งหมด 20%) และ sugar cane extract (ประกอบด้วย octacosanol 60%) ส่วนประกอบอื่นๆ ในสูตรสำหรับตอนเช้า ได้แก่ Silicified microcrystalline cellulose, acacia gum, sodium carboxymethyl starch, potato starch, stearic acid, coating (dextrin, dextrose, soy lecithin, sodium carboxymethylcellulose, sodium citrate), silicon dioxide และ magnesium stearate.

สูตรสำหรับตอนเย็นมีลักษณะสีเขียวอ่อน มีส่วนประกอบหลักได้แก่ vitamin D3, calcium, magnesium, L-theanine และ lavender ส่วนประกอบอื่นๆ ในสูตรสำหรับตอนเย็น ได้แก่ acacia gum, potato starch, stearic acid, coating (dextrin, dextrose, soy lecithin, sodium carboxymethylcellulose, sodium citrate), silicon dioxide และ magnesium stearate.

สูตรจีโนมมีลักษณะสีน้ำตาลเข้ม มีส่วนประกอบหลักได้แก่ vitamin K, iodine, copper, manganese, potassium, hesperidin, grape seed extract (ประกอบด้วย polyphenols 95%), broccoli powder (ประกอบด้วย sulphoraphane 0.5%), cranberry juice extract (ประกอบด้วย proanthocyanidins 10%), apple extract (ประกอบด้วย polyphenols 70%), citrus bioflavonoids (ประกอบด้วย flavanoids 50%) และ Phyto Blend สิขสิทธิ์เฉพาะของยูนิซิตี้ ประกอบด้วย green coffee extract, broccoli sprout concentrate, green tea extract, onion extract, apple extract, quercetin, camu camu concentrate, acerola concentrate, tomato concentrate, broccoli concentrate, acai concentrate, basil concentrate, cinnamon concentrate, garlic concentrate, oregano concentrate, turmeric extract, elderberry concentrate, carrot concentrate, mangosteen concentrate, black currant extract, soybean extract, corn extract, blueberry extract, chokeberry concentrate, blackberry concentrate, raspberry concentrate, sweet cherry concentrate, spinach concentrate, kale concentrate, bilberry extract และ brussels sprout concentrate, maltodextrin, corn starch, silicon dioxide, lecithin ส่วนประกอบอื่นๆ ในสูตรจีโนม ได้แก่ Silicified microcrystalline cellulose, acacia gum, sodium carboxymethyl starch, stearic acid, potato starch, coating (dextrin, dextrose, soy lecithin, sodium car

boxymethylcellulose, sodium citrate) และ magnesium stearate.

 

คุณประโยชน์และการวิจัย

CORE HEALTH ประกอบด้วยวิตามินและแร่ธาตุซึ่งมีปริมาณที่มีประสิทธิภาพในการทำหน้าที่เป็น ปัจจัยร่วมในกระบวนการเกิดปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับเอนไซม์และยังช่วยรักษาปฏิกิริยาทางเคมีหลายพันปฏิกิริยาในร่างกาย ซึ่งจะเกิดขึ้นในทุกๆ วินาที มีเมตาโบไลต์ทุติยภูมิ ในปริมาณที่ได้มาตรฐาน จากสารพฤกษศาสตร์ที่แตกต่างกันมากถึง 40 ชนิด รวมไปถึง เมตาโบไลต์ทุติยภูมิจากพืชบางชนิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการควบคุมการแสดงออกของยีนที่มีสุขภาพดี ซึ่งผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันกับ ไมโครอาร์เอ็นเอ*

Phosphatidylserine เป็นส่วนประกอบของสูตรสำหรับตอนเช้า ซึ่งจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่ามีส่วนช่วยให้สุขภาพของระบบความจำดีขึ้นได้ จากการศึกษาทางคลินิกพบว่า Octacosanol สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งและความสามารถในการออกกำลังกายในนักกีฬาได้ CoQ10 มีส่วนช่วยรักษาพลังงานของเซลล์ในร่างกายได้ดีโดยการมีปฏิสัมพันธ์กับ ไมโทคอนเดรีย*

สูตรสำหรับตอนเย็น ประกอบด้วย vitamin D3 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีส่วนช่วยให้การดูดซึมแคลเซียมในร่างกายดีขึ้น L-Theanine ในสูตรสำหรับตอนเย็นมีส่วนช่วยลดและรักษาสุขภาพที่ดีในการตอบสนองกับความเครียด จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่า lavender flower มีส่วนช่วยให้ผ่อนคลายและส่งเสริมการนอนหลับให้ดีขึ้นได้*

*บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ข้อแนะนำการใช้

สูตรสำหรับตอนเช้า 1 ซอง (6 เม็ด ประกอบด้วย สูตรสำหรับตอนเช้า 3 เม็ด สูตรจีโนม 3 เม็ด) รับประทานในช่วงเช้า และ สูตรสำหรับตอนเย็น 1 ซอง (6 เม็ด ประกอบด้วย สูตรสำหรับตอนเย็น 3 เม็ด สูตรจีโนม 3 เม็ด) รับประทานในช่วงเย็น แนะนำให้รับประทานทุกวันพร้อมน้ำสะอาด ไม่ควรรับประทานเกินปริมาณที่แนะนำ

ข้อควรระวัง

โดยปกติแล้ว CORE HEALTH ไม่ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ แต่อาจจะพบอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อได้บ้างเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นๆ

ลักษณะผลิตภัณฑ์

มีลักษณะเป็นเม็ด บรรจุในซองฟรอยด์สำหรับรับประทานต่อมื้อ

เอกสารอ้างอิง

Palmer JD, Soule BP, Simone BA, Zaorsky NG, Jin J, Simone NL: MicroRNA Expression Altered by Diet: Can Food be Medicinal? Aging Res Rev 2014, 17: 16-24. Kato-Kataoka K, Sakai M, Ebina R, Nonaka C, Asano T, Miyamori T: Soybean-Derived Phosphatidylserine Improves Memory Function of the Elderly Japanese Subjects with Memory Complaints. J Clin Biochem Nutr 2010, 47: 246-255.

Taylor TC, Rapport L, Lockwood GB: Octacosanol in Human Health. Nutrition 2003, 19: 192-195. Christakos S, Dhawan P, Porta A, Mady LJ, Seth T: Vitamin D and Intestinal Calcium Absorption. Mol Cell Endocrinol 2011, 347: 25-29. Kimura K, Ozeki M, Juneja LR, Ohara H: L-Theanine Re- duces Psychological and Physiological Stress Responses. Biol Psychol 2007, 74: 39-45.

Hirokawa K, Nishimoto T: Effects of Lavender Aroma on Sleep Quality in Healthy Japanese Students. Percept Mot Skills 2012, 114: 111-122.

ENZYGEN® PLUS
ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ดีของระบบทางเดินอาหาร*

คำจำกัดความ

ในระบบย่อยอาหารนั้น เอนไซม์คือส่วนสำคัญที่ช่วยปลดปล่อยพันธะเคมีและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายจากอาหาร ซึ่งจะถูกนำไปเสริมสร้างการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ในร่างกาย ระดับเอนไซม์ที่สมดุลและเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับสุขภาพที่ดีของร่างกาย เพื่อช่วยปรับสมดุลเอนไซม์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะในร่างกาย และช่วยย่อยสารอาหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ENZYGEN® PLUS จึงประกอบด้วยเอนไซม์หลากหลายชนิดที่จะช่วยในระบบย่อยอาหาร เอนไซม์ที่อยู่ใน ENZYGEN® PLUS จะช่วยย่อยไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนชนิดต่างๆกัน เพื่อช่วยเปลี่ยนอาหารให้กลายเป็นสารอาหารซึ่งร่างกายจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ นอกจากนั้น ENZYGEN® PLUS ยังช่วยเสริมสร้างระบบย่อยอาหาร และช่วยรักษาระดับความเป็นกรดที่เหมาะสมในกระเพาะอาหารอีกด้วย

กลุ่มพื้นฐานของเอนไซม์ 5 กลุ่ม ได้แก่ไลเปสซึ่งมีหน้าที่ย่อยน้ำมันและไขมัน, เซลลูเลสซึ่งมีหน้าที่ย่อยใยอาหาร, อะไมเลสมีหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรตและแป้ง, แลคเตสซึ่งมีหน้าที่ย่อยผลิตภัณฑ์จากนม และโปรติเอสซึ่งมีหน้าที่ย่อยโปรตีน

มีเอนไซม์หลายชนิดที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของยูนิซิตี้ซึ่งรวมอยู่ใน ENZYGEN® PLUS เอนไซม์เหล่านี้คือรูปแบบต่างๆ ของเอนไซม์ อะไมเลส โปรติเอส ไลเปส คะตาเลส แลคเตส เซลลูเลส เฮมิเซลลูเลส อินเวอร์เทส เปปติเดส โบรมีเลน ปาเปน ซุปเปอร์ออกไซด์ ดิสมิวเทส เบต้ากลูคาเนส และไฟเตส

ประโยชน์และงานวิจัย

ร่างกายของมนุษย์ต้องการเอนไซม์หลากหลายในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ระบบต่างๆ ทำงานได้ตามปกติ รวมทั้งระบบย่อยอาหารด้วย และแม้เอนไซม์จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายของมนุษย์และในพืชชนิดต่างๆ แต่มันก็สามารถถูกทำลายได้ด้วยสารจำกัดศัตรูพืช มลพิษ สารปรุงแต่งและการถนอมอาหาร รวมถึงสารเคมีต่างๆ ที่เติมในอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ENZYGEN® PLUS จะช่วยเติมปริมาณเอนไซม์เพื่อให้ร่างกายสามารถย่อยไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนได้ดียิ่งขึ้นและช่วยเปลี่ยนอาหารให้กลายเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์และทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างสมบูรณ์

เอนไซม์เป็นสารธรรมชาติซึ่งถูกสร้างขึ้นในเซลล์ของพืช สัตว์ และมนุษย์และมีบทบาทสำคัญในระบบย่อยอาหาร ในร่างกายของมนุษย์พบเอนไซม์แล้วมากกว่า 2,700 ชนิด แต่ละชนิดส่งผลต่อปฏิกิริยาเคมีที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ร่างกายเราต้องอาศัยการทำงานที่เหมาะสมของเอนไซม์ในการช่วยเหลือระบบหายใจ ระบบย่อยอาหาร การเจริญเติบโต การแข็งตัวของเลือด การรับรู้สัมผัสต่างๆ ระบบสืบพันธุ์ และรวมถึงการทำงานอื่นๆ ของร่างกายด้วย

ENZYGEN® PLUS ประกอบด้วยเอนไซม์หลากหลายชนิดรวมถึงสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถย่อยพันธะทางเคมีและกระตุ้นให้เกิดการปลดปล่อยสารอาหารที่สำคัญจากอาหารได้เป็นอย่างดี

ข้อแนะนำการใช้

รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล 3 ครั้งต่อวันพร้อมอาหาร

ข้อควรระวัง

โดยปกติแล้ว ENZYGEN® PLUS ไม่ได้ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ แต่อาจจะมีเพียงอาการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหารได้เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั่วไป

ลักษณะผลิตภัณฑ์

มีลักษณะเป็นผงบรรจุแคปซูล

เอกสารอ้างอิง

Roxas M. The Role of Enzyme Supplementation in Digestive Disorders. Alternative Medicine Review. 2008; 13(4): 307- 314.
Shastri D, Kumar M, Kumar A. Modulation of lead toxicity by Spirulina fusiformis.Phytother Res 1999;13:258-60.

The Review of Natural Products by Facts and Comparisons. St. Louis, MO: Wolters Kluwer Co., 1999.
Peirce A. The American Pharmaceutical Association Practi- cal Guide to Natural Medicines. New York, NY: William Morrow and Co., 1999.

*บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

IMMUNIZEN®
ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ดีของระบบภูมิคุ้มกัน*

คำจำกัดความ

IMMUNIZEN® เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
IMMUNIZEN® มีลักษณะเป็นผงผลึกสีขาวบรรจุแคปซูล มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ จะประกอบด้วยส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพ เช่น น้ำนมเหลือง (Colostrum), อะราบิโนกาแลคแทน (arabinogalactan), 1,3, 1,6 ยีสต์ เบต้ากลูแคน และเลคโตเฟอริน (lactoferrin) ในแต่ละแคปซูล (835 มิลลิกรัม) จะประกอบด้วยเจลาตินธรรมชาติ (natural gelatin) , สเตียริก แอซิด (stearic acid) และ ซิลิคอน ไดออกไซด์ (silicon dioxide)

คุณประโยชน์และการวิจัย

IMMUNIZEN® เป็นผลิตภัณฑ์ที่รวบรวมคุณสมบัติที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทานจากน้ำนมเหลือง (Colostrum), อะราบิโนกาเลคแทน (arabinogalactans), ยีสต์ เบต้า กลูแคน (yeast beta-glucans) และ เลคโตเฟอริน (lactoferrin) ให้สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย โดยน้ำนมเหลือง (Colostrum) ซึ่งประกอบด้วย อิมมูโนโกลบูลิน (immunoglobulins) จะช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของความเจ็บป่วยได้มากยิ่งขึ้น

เบต้า กลูแคน (Beta-glucans) เป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ของยีสต์ในตระกูล Saccharomyces cerevisiae อีกทั้งยังมี เบต้า กลูแคน (Beta glucans) เป็นตัวกระตุ้นหลักของภูมิคุ้มกันตั้งแต่กำเนิด และ1ระบบการเปลี่ยนแปลงภูมิคุ้มกันทั้งแบบไม่จำเพาะและจำเพาะเจาะจง (Innate and adaptive immune system)1

ข้อแนะนำการใช้

รับประทานครั้งละ 2 แคปซูลต่อวัน ก่อนอาหาร 1-2 ชั่วโมง

ข้อควรระวัง

โดยปกติแล้ว IMMUNIZEN® ไม่ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ แต่อาจจะพบอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อได้บ้างเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นๆ

ลักษณะผลิตภัณฑ์

มีลักษณะเป็นแคปซูล

เอกสารอ้างอิง

Lilius EM, Marnila P. (2001), Current Opinion in Infectious Diseases 14:295-300.
Hammarström L, Weiner CK. (2008), Advances in Experi- mental Medicine and Biology 606: 321-343.

Chan GC, Chan WK, Sze DM. (2009), The Journal of Hem- atology and Oncology, 2: 25-
*บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หมายเหตุ 1ระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะเจาะจง คือ กลไกด่านแรกที่ร่างกายใช้ในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายด้วยวิธีง่ายๆ เช่นผิวหนัง หรือการสร้างเยื่อเมือกออกมากำจัดสิ่งแปลกปลอม ระบบภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะเจาะจง คือ เกิดขึ้นเมื่อร่างากายไม่สามารถใช้วิธีแรกในการกำจัดสิ่งแปลกปลอม จึงต้องใช้เซลล์ที่จำเพาะในการกำจัด เช่น B cell , T cell

JOINT MOBILITY™
ผลิตภัณฑ์สำหรับสุขภาพที่ดีของข้อต่อ*

คำจำกัดความ

JOINT MOBILITYTM เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับสุขภาพ
โดยรวมของข้อต่อ ส่วนประกอบที่สำคัญได้แก่ อันดีเนเจอร์ ไทป์ทู คอลลาเจน (Undenatured Type II Collagen), สารสกัดขมิ้น (Turmeric Extract) ประกอบด้วยเคอร์คูมิน (Curcumin 95%), สารสกัดบอสเวลเลีย (Boswellia Extract) และ วิตามิน ดี3 (Vitamin D3) และยังประกอบไปด้วย ไมโครคริสตัลไลน์ เซลลูโลส (microcrystalline cellulose) และ ซิลิคอน ไดออกไซด์ (silicon dioxide) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีการอักเสบ และการติดขัดของข้อต่อ โดยมีสาเหตุจากการสึกหรอของข้อ

JOINT MOBILITYTM มีลักษณะเป็นผงสีเหลืองจากขมิ้นบรรจุแคปซูล เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับข้อต่อแบบดั้งเดิม JOINT MOBILITYTM มีปริมาณการรับประทานที่น้อยกว่าเพียง 881 มิลลิกรัมต่อวัน โดยมีขนาดแคปซูลที่เล็กเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีแคปซูลขนาดใหญ่ หรือยา

คุณประโยชน์และการวิจัย

หลายคนประสบปัญหาในชีวิตประจำวันจากการอักเสบ และการติดขัดข้อต่อ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการใช้ข้อต่อมากเกินไป หรือจากการที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือโรคอ้วน การอักเสบของข้อต่อและสูญเสียการเคลื่อนไหวนั้นสามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิต การทำกิจกรรมในชิวิตประจำวันกลายเป็นสิ่งที่ยากและเกิดความเจ็บปวดอย่างมาก ส่วนผสมที่มีอยู่ใน JOINT MOBILITYTM จะการทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกันเพื่อช่วยรักษาสุขภาพโดยรวมของข้อต่อ สารสกัดขมิ้น (Turmeric Extract) และ สารสกัดบอสเวลเลีย (Boswellia Extract) แสดงให้เห็นว่าสามารถลดการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรังได้ วิตามิน ดี3 (Vitamin D3) แสดงให้เห็นว่าสามารถช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาสุขภาพโดยรวมของข้อต่อ JOINT MOBILITYTM มีรูปแบบในการทำงานที่แตกต่างกันด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมของข้อต่อ ส่วนประกอบที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่าสามารถยับยั้งการอักเสบได้ และนอกจากนี้ยังช่วยในการป้องกันการสลายตัวของคอลลาเจนซึ่งช่วยให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมและรักษาตัวเองได้1

ข้อแนะนำการใช้

รับประทาน 2 แคปซูลต่อวัน

ข้อควรระวัง

โดยปกติแล้ว JOINT MOBILITYTM จะไม่ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ แต่อาจจะพบอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อได้บ้างเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นๆ

ลักษณะผลิตภัณฑ์

มีลักษณะเป็นผงบรรจุแคปซูล

เอกสารอ้างอิง

Crowley DC, Lau FC, Sharma P, et al.: Safety and efficacy of undenatured type II collagen in the treatment of osteoar- thritis of the knee: a clinical trial. Int J Med Sci 2009, 6:312- 321.

Chandran B, Goel A.: A randomized, pilot study to assess the efficacy and safety of curcumin in patients with active rheumatoid arthritis. Phytother Res. 2012 Nov; 26(11): 1719-25. Doi: 10.1002/ptr.4639.Epub 2012 Mar 9.

Dobak J1, Grzybowski J, et al.: 1,25-Dihydroxyvitamin D3 increases collagen production in dermal fibroblasts. J Der- matol Sci. 1994 Aug;8(1):18-24.
Kimmatkar N, Thawani V, et al.: Efficacy and tolerability of Boswellia serrate extract in treatment of osteoarthritis of knee—a randomized double bling placebo controlled trial. Phytomedicine 2003 Jan; 10(1):3-7.

Reuter S, Gupta S, et al.: Epigenetic changes induced by curcumin and other natural compounds. Genes Nutr (2011) 6:93–108.
Takada Y, Ichikawa H, et al.: Acetyl-11-Keto-β-Boswellic Acid Potentiates Apoptosis, Inhibits Invasion, and Abolishes Osteoclastogenesis by Suppressing NF-κΒ and NF- κΒ- Regulated Gene Expression. J Immunol 2006; 176:3127- 3140. 

*บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

บทความนี้ปรากฎอยู่ใน Product Indentification Guide หน้า 510

OMEGALIFE-3™
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกรดไขมันโอเมก้า3

คำจำกัดความ

OMEGALIFE-3TM เป็นการผสมผสานของกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบหัวใจ หลอดเลือด และสมอง OMEGALIFE-3TM มีลักษณะเป็นสารสีเหลืองอำพัน มีความหนืดเล็กน้อย ละลายในไขมัน แต่ละเม็ดประกอบด้วย กรดไอโคซาเพนตาอีโนอิค (Eicosapentaenoic acid : EPA) 800 มิลลิกรัม , กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิค (Docosahexaenoic acid : DHA) 400 มิลลิกรัม และ วิตามินอี นอกจากนี้ยังประกอบด้วย เจลาติน, กลีเซอรีน, น้ำบริสุทธิ์ (purified water) และ น้ำมันผิวส้ม (orange oil) OMEGALIFE-3TM ผ่านกรรมวิธีการกลั่นเพื่อให้บริสุทธิ์ และมีการผสมน้ำมันผิวส้ม (orange oil) เพื่อป้องกันการเหม็นคาวอีกด้วย

คุณประโยชน์และการวิจัย

ผลการวิจัยแนะนำว่าการบริโภคน้ำมันปลาจะช่วยส่งเสริมการทำงานของสมองและประสิทธิภาพในการมองเห็น ในปี ค.ศ. 2002 องค์การอาหารและยาของสหรัฐได้อนุญาตให้มีสารประกอบของดีเอชเอในอาหารสำหรับทารก ซึ่งดีเอชเอเป็นสารที่สำคัญต่อพัฒนาการสมองของเด็กทารก นอกจากนี้ดีเอชเอและกรดอาแรคคิโดนิก (Arachidonic acid) ยังเป็นสารประกอบที่สำคัญของสมองและจอประสาทตา โดยเฉพาะสามเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์และทารกแรกเกิดควรจะได้รับเป็นอย่างยิ่ง

ดีเอชเอยังเป็นโครงสร้างหลักที่สำคัญในระบบประสาทส่วนกลางและจอประสาทตา
และอีพีเอเป็นตัวช่วยสังเคราะห์สารสำคัญต่างๆในร่างกาย โดยเป็นสารตั้งต้นของทรอมโบเซน (thromboxane) และลิวโคไตรอีน (leukotriene) ซึ่งสารประกอบเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมภาวะสุขภาพของระบบไหลเวียนโลหิต แล้วยังช่วยกระตุ้นความสมบูรณ์และการทำงานของระบบหลอดเลือดอีกด้วย มีหลักฐานยืนยันว่าการได้รับอีพีเอและดีเอชเออย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ และลดการอักเสบต่างๆ
1 “องค์การอาหารและยาของสหรัฐได้ให้คำแนะนำว่า การบริโภคอีพีเอและดีเอชเอสามารถช่วยส่งเสริมการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด แต่ยังไม่มีรายงานสรุปว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ”

ข้อแนะนำการใช้

รับประทาน 2 แคปซูลเจล พร้อมอาหาร วันละ 2 ครั้ง

ข้อควรระวัง

โดยปกติแล้ว OMEGALIFE-3TM ไม่ก่อให้เกิดอาการไม่พีงประสงค์ใดๆ แต่อาจจะพบอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อได้บ้างเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นๆ และอาจจะรู้สึกเหม็นคาวในขณะรับประทานได้บ้าง

ลักษณะผลิตภัณฑ์

เป็นลักษณะแคปซูลใสสีเหลืองอำพัน

เอกสารอ้างอิง

Barter P, Ginsberg HN. Effectiveness of combined statin plus omega-3 fatty acid therapy for mixed dyslipidemia. Am J Cardiol. 2008 Oct 15:102(8):1040-5
Lee JH, Harris WS, et al. Omega-3 fatty acids for cardiopro- tection. Mayo Clin Proc. 2008 Mar;83(3):324-32. SanGiovanni JP, Chew EY, Sperduto RD, et al. The relation- ship of dietary omega-3 long-chain polyunsaturated fatty acid intake with incident age-related macular degeneration: AREDS report no. 23. Arch Ophthalmol. 2008 Sep;126(9):1274-9.

SanGiovanni JP, Parra-Cabrera S, Colditz GA, Berkey CS, Dwyer JT. Meta-analysis of dietary essential fatty acids and long-chain polyunsaturated fatty acids as they relate to vis- ual resolution acuity in healthy preterm infants. Pediatrics 2000;105:1292-8.

Kris-Etherton PM, Harris WS, Appel LJ. Omega-3 fatty ac- ids and cardiovascular disease: new recommendations from the American Heart Association. Arterioscler Thromb Vasc Biol. 2003;23(2):151-152.

1บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

UBIQUINOL-CoQ10
(หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ โคคิวเทน สูตรแอดวานซ์)

คำจำกัดความ

เมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น ระดับ CoQ10 ในร่างกายจะลดลงเป็นสาเหตุทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายสึกหรอและอาจส่งผลต่อสภาวะเสื่อมโทรมอันเนื่องมาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอายุ UBIQUINOL-CoQ10 ประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อหัวใจและยังมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ รวมทั้งช่วยรักษาระดับ CoQ10 ธรรมชาติในร่างกายซึ่งจะมีปริมาณที่ลดลงเมื่อคนเราอายุมากขึ้น UBIQUINOL-CoQ10 เป็น UBIQUINOL ที่มีประสิทธิภาพสูง รวมกับน้ำมันดอกทานตะวัน ไขผึ้งสีเหลือง และเลซิตินจากดอกทานตะวันซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการละลายและการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือด โดยธรรมชาติแล้วร่างกายสามารถสร้าง CoenzymeQ10 (CoQ10) เองได้ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงานในเซลล์ทุกเซลล์ของร่างกาย

ประโยชน์และงานวิจัย

UBIQUINOL-CoQ10 พบได้ในร่างกายตามธรรมชาติและมีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงานในเซลล์ทุกเซลล์ของร่างกาย ร่างกายมนุษย์จำเป็นต้องมี CoQ10 ในปริมาณพอเหมาะจึงจะสามารถทำงานได้อย่างปกติ ผลิตภัณฑ์นี้อาจช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย มีผลงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าภาวะขาดเอนไซม์โคคิวเทนอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในผู้ที่รับประทานยาลดไขมันกลุ่มสเตติน CoQ10 อาจช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับสุขภาพหัวใจและอาจช่วยเสริมสร้างกระบวนการผลิตพลังงานในเซลล์ต่างๆ ได้ CoQ10 ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยป้องกันเซลล์จากผลของอนุมูลอิสระด้วย

ข้อแนะนำการใช้

รับประทานวันละหนึ่งแคปซูล หากมีการรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อควรระวัง

โดยปกติแล้ว UBIQUINOL-CoQ10 ไม่ได้ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ แต่อาจจะมีเพียงอาการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหารได้เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั่วไป

ลักษณะผลิตภัณฑ์

บรรจุเป็นเม็ดแคปซูลชนิดนิ่ม

เอกสารอ้างอิง

Resenfeldt, Franklin, Francis Miller, Phillip Nagley, Anthony Hadj, Silvana Marasco, Deahne Quick, Freya Sheeran, Michelle Wowk, Salvatore Pepe. 2004. Response of the Senescent Heart to Stress: Clinical Therapeutic Strate- gies and Quest for Mitochondrial Predictors of Biological Age. Annals of the New York Academy of Sciences 1019 1บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

UNICITY BALANCE™
(ที่รู้จักกันดีในชื่อ Bios Life® Slim or Bios Life® S)
สูตรสำหรับการดูแลระดับคลอเลสเตอรอลเพื่อสุขภาพ

คำจำกัดความ

UNICITY BALANCETM (ที่รู้จักกันดีในชื่อ Bios Life® Slim or Bios Life® S) เป็นผลิตภัณฑ์ใยอาหาร อุดมด้วยวิตามินที่บำรุงร่างกาย เป็นการผสมผสานระหว่างใยอาหารที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำในสัดส่วนที่เหมาะสม เทคโนโลยีเฉพาะของยูนิซิตี้ เซเว่นเอกซ์ (Unicity® 7X), ไฟโตสเตอรอล (phytosterols), โพลิโคซานอล (policosanol) และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวย (Chrysanthemum morifolium) วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ซึ่งเมื่อรับประทาน UNICITY BALANCETM ร่วมกับการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและการออกกำลังกายที่เหมาะสม อาจส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลรวมในเลือดลดลง มีส่วนช่วยเสริมประสิทธิภาพในโปรแกรมควบคุมน้ำหนักและรักษาน้ำหนักตัวให้คงทีอีกด้วย UNICITY BALANCETM มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีส้มอ่อน สามารถละลายน้ำได้ดี ในแต่ละซองของ UNICITY BALANCETM จะประกอบด้วยไฟเบอร์ 4 กรัม, ไฟโตสเตอรอล (phytosterols) 1 กรัม, ยูนิซิตี้ เซเว่นเอกซ์ Unicity 7X 750 มิลลิกรัม, โพลิโคซานอล (policosanol) 6 มิลลิกรัม และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวย (Chrysanthemum morifolium) 12.5 มิลลิกรัม นอกจากส่วนผสมที่มีคุณภาพดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังประกอบด้วยมอลโทเด็กซ์ทริน (Maltodextrin), กรดซิตริก (Citric acid), ผงน้ำส้ม (orange juice powder), สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (sweeteners) และกลิ่นส้ม (orange flavor) อีกด้วย

คุณประโยชน์และะการวิจัย

ได้มีการศึกษาว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่บริโภคไฟเบอร์ประมาณ 10-12 กรัมต่อวัน ซึ่งน้อยกว่าปริมาณเครึ่งหนึ่งของที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวัน ทั้งนี้ในการศึกษาเกี่ยวกับระบาดวิทยาและการศึกษาทางคลินิกได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของการบริโภคใยอาหารในปริมาณที่สูงทุกวัน พบว่ามีผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย

UNICITY BALANCETM เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกคิดค้นมาเพื่อช่วยเพิ่มใยอาหารให้แก่ร่างกายในแต่ละวัน แต่ละซองของ UNICITY BALANCETM ประกอบไปด้วย ใยอาหาร 4 กรัม ดังนั้นเมื่อบริโภค 3 มื้อต่อวันจะทำให้ร่างกายได้รับใยอาหารในปริมาณเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน ได้มีการศึกษาว่าการบริโภคใยอาหารจะสามารถลดระดับน้ำตาลกลูโคลสทั้งก่อนและหลังมื้ออาหาร ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล ชนิดแอลดีแอล (LDL cholesterol), ระดับของ ของอะโพลิโปโปรตีน บี (Apolipoprotein B) และยังทำให้รู้สึกอิ่มและเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักอีกด้วย

นอกจากนี้ส่วนผสมของ UNICITY BALANCETM ยังผสมผสานด้วยไฟโตสเตอรอล (phytosterols), โพลิโคซานอล (policosanol), สารสกัดจากดอกเก๊กฮวย (Chrysanthemum morifolium) วิตามินและแร่ธาตุที่หลากหลายแล้ว UNICITY BALANCETM ยังมีส่วนช่วยเสริมประสิทธิภาพในโปรแกรมการควบคุมน้ำหนัก โดยผ่านกลไลถึง 5 กลไก คือ 1. ใยอาหารชนิดละลายน้ำ ช่วยส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกอิ่มได้นานยิ่งขึ้น 2. UNICITY BALANCETM ช่วยให้ระดับของคอเลสเตอรอลในร่างกายดีขึ้น ช่วยลดปริมาณคลอเรสเตอรอลชนิดเอลดีเอล โดยกำจัดสารยับยั้งกระบวนการย่อยสลายไขมัน 3. UNICITY BALANCETM ช่วยรักษาระดับของกลูโคสในเลือด ซึ่งช่วยให้ระดับของอินซูลินในกระแสเลือดไม่ให้สูงจนเกินไปและเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่ออินซูลินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการเผาผลาญไขมันให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย 4. UNICITY BALANCETM รักษาระดับของฮอร์โมนเลปติน1ให้เหมาะสม 5. UNICITY BALANCETM จะช่วยลดระดับของไตรกลีเซอร์ไรด์ โดยจะกระตุ้นฮอร์โมนเลปตินเข้าสู่สมองผ่านทางกระแสเลือด มากระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญไขมันมากขึ้น1

ข้อแนะนำการใช้

ละลายผลิตภัณฑ์ 1 ซอง หรือ 1 ช้อนตวง(ที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์) ในน้ำเย็นหรือน้ำผลไม้ 8-10 ออนซ์ (ประมาณ 250 – 300 ซซ.) เขย่าให้เข้ากันและดื่มทันที โดยรับประทานก่อนมื้ออาหารประมาณ 15-20 นาที 1-3 มื้อต่อวัน

ข้อควรระวัง

โดยปกติแล้ว UNICITY BALANCETM ไม่ได้ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ แต่อาจจะมีเพียงอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูกหรือท้องเสียได้บ้างเล็กน้อย ในเดือนแรกที่เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ร่างกายได้รับใยอาหารเพิ่มขึ้นจากปกติ ซึ่งอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายใน 30 วันหลังจากเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ หลังจาก 30 วันผ่านไปแล้ว หากอาการดังกล่าวยังเกิดขึ้นอยู่ แนะนำให้ลดปริมาณการรับประทาน UNICITY BALANCETM ลงจากเดิม หากทำการแก้ไขตามคำแนะนำแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในการรับประทานผลิตภัณฑ์ UNICITY BALANCETM นี้ แนะนำให้ดื่มน้ำร่วมด้วยในปริมาณที่เพียงพอ หากดื่มน้ำน้อยอาจจะทำให้เกิดปัญหาท้องผูกได้

ลักษณะผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ UNICITY BALANCETM มี 2 รูปแบบของบรรจุภัณฑ์ คือ ชนิดซองฟอยล์แบ่งบรรจุสำหรับการรับประทานใน 1 มื้อ หรือชนิดบรรจุในกระป๋องพร้อมช้อนตวง

เอกสารอ้างอิง

Sprecher, DL and Pearce GL (2002), Metabolism 51: 1166-70.
Verdegem, PJE; Freed, S and Joffe D (2005), American Di- abetes Assocation 65th Scientific Sessions, San Diego, CA. Slavin, JL, (2005) Nutrition 21: 411-418.

Delzenne NM, Cani PD, (2005) Current Opinion Clincal Nu- trition & Metabolic Care 8: 636-640
Duenas, V; Duenas, J; Burke, E and Verdegem, PJE (2006), 7th International Conference on Arteriosclerosis, Thrombo- sis, and Vascular Biology, American Heart Association, Den- ver, CO.

Verdegem, PJE (2007), Current Topics in Nutraceutical Re- search 5: 1-6
US Patent 6,933,291.
*บทความดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

บทความนี้ปรากฎอยู่ใน Product Indentification Guide หน้า 510

หมายเหตุ 1ฮอร์โมนเลปติน เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากเซลล์ทำหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างไขมัน หากมีฮอร์โมนเลปตินมากก็จะกระตุ้นการเผาผลาญไขมันมากขึ้น จึงช่วยลดปริมาณไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกาย

Close Menu